ฉันได้กลิ่นของ….

มันเริ่มจากกลิ่นหอมของมันฝรั่งทอด ต่อด้วยกลิ่นของ เนื้อหมูติดมันที่กำลังร้อนฉ่า และกลิ่นของบราวน์ซอสผสมกับเครื่องเทศและเครื่องปรุงบางส่วนซึ่งจมูกเราไม่สามารถจำแนกได้ หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเราเริ่มชินกับกลิ่นพวกนั้น เราก็ได้กลิ่นใหม่ มันเป็นกลิ่นของน้ำมัน ที่ใช้ทอด และอีกซักพักมันก็เริ่มผสมปนเปไปกับกลิ่นของขยะ และควันรถ….

เราทนดมกลิ่น ขยะ ควันรถ และน้ำมันที่ติดตัวเราอยู่ซักพักหนึ่ง ก็เริ่มได้กลิ่นใหม่เข้ามา เป็นกลิ่นจางๆของน้ำหอมอันหลากหลาย และกลิ่นของแอลกอฮอลล์ จางๆปนมาเช่นกัน แต่ก็ได้กลิ่นไม่นาน มันก็ผ่านไป กลายเป็นกลิ่นของคนจำนวนมากมายหลายร้อย จนจมูกไม่สามารถแยกกลิ่นอะไรได้อีก

หลังจากผ่านมรสุมของกลิ่นอันหลากหลาย ได้ซักพัก กลิ่นก็เริ่มเปลี่ยนไป มันกลายเป็นกลิ่นของควันรถ และน้ำหอมที่ค่อนข้างฮิทในหมู่ชาวตะวันออกกลาง และ เอเชียใต้ และ อีกหลายๆชนชาติที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกันนั้น ณ เวลานี้ เราต้องทนดมกลิ่นนี้ไปนาน จนถึงกับลืมกลิ่นน้ำมันที่ติดตัวและติดเสื้อผ้าเรามาตั้งแต่ต้นไปจนหมด

เมื่อเราเริ่มรู้สึกชินกับกลิ่นน้ำหอมอันท่วมท้นนั้นมาได้ กลิ่นใหม่ก็เริ่มเข้ามาทำหน้าที่ มันเป็นกลิ่นของฝุ่นควันสิ่งก่อสร้าง และควันรถ ที่เหม็นและทำลายสุขภาพจิตเสียยิ่งกว่า เราทนดมกลิ่นเหล่านี้จนไม่อาจจะทำใจให้ชินได้ จนกระทั่งเราได้รับกลิ่นที่คุ้นเคยปนเข้ามาอีกครั้ง เพื่อเป็นการเปลี่ยนอารมณ์และลดความเครียด(เหรอ?) กลิ่นที่เราได้รับรู้เพิ่มเข้ามาคือกลิ่นของ ขยะ และร้านอาหาร

หลังจากนั้นกลิ่นของฝุ่นและงานก่อสร้างก็ค่อยๆจางหายไป เหลือเพียงแต่กลิ่นขยะและร้านอาหารและควันจากท่อไอเสีย…..

มันเป็นเวลาที่เหมือนไม่นาน แต่ก็นับได้ว่าเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงพอดีที่เราต้องผจญกับกลิ่นที่หลากหลายขนาดนั้น เพื่อจะให้ได้กลิ่นที่คุ้นเคยยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ กลิ่นห้องนอนของเรา……

ที่มาที่ไป

ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าการรับรู้กลิ่นนี่ช้าและแย่มาก แทบจะบอกได้ว่าในสัมผัสทั้งห้าแล้ว จมูกที่ใช้รับกลิ่นของผมนี่ เป็นสัมผัสที่ห่วยที่สุดอันหนึ่งเลย. มีเรื่องเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับความห่วยของจมูกผม ครั้งนึงเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างผมเขาบ่นผ่านทางทวิตเตอร์ของเขาว่าเขารู้สึกว่าใส่น้ำหอมมาเยอะเกินไปมาก จนรู้สึกรำคาญกลิ่นน้ำหอมของตัวเองแทนคนนั่งข้างๆ(ซึ่งก็คือผม)เลยทีเดียว  แต่ในตอนนั้นสิ่งที่ผมรู้สึกได้ก็คือ กูไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย นี่ใส่น้ำหอมมาด้วยเหรอฟะ! นั่นคือครั้งแรกที่มันทำให้ผมคิดว่า จมูกผมแย่แล้วหล่ะ

จนวันนี้เพื่อนชวนผมไปกินข้าวแถวๆอโศก หลังจากกินกันเสร็จแล้วเดินออกจากร้านเพื่อนผมก็บอกว่า กูคงต้องสระผมซักห้ารอบกว่ากลิ่นน้ำมันจะหมดจากหัว

สองข้างบนมันผุดขึ้นมาในหัว ทันที่หลังจากเพื่อนผมพูดจบ ผมลองนึกดูว่าเมื่อกี้เราได้กลิ่นอะไรบ้าง เราจำมันได้หรือเปล่า แล้วถ้าเราเดินกลับไปจนถึงหอพัก เราจะได้กลิ่นอะไรเท่าไหร่มากน้อยแค่ไหนและจำได้ซักกี่กลิ่นกัน

และอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้เขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่า ผมรู้สึกถึงงานเขียนชิ้นก่อน ที่เราสามารถวาดคนจากคำพูดและตัวหนังสือได้ แล้วเราสามารถจะวาดรูป วาดแผนที่ เขียนบันทึก และฯลฯ จากกลิ่นได้รึเปล่า?

ป.ล. งานเขียนนี้ไม่รู้จะจบยังไงดีจริงๆครับ และ รู้สึกว่าเขียนให้ดูดึงดูดและสร้างจินตนาการให้คนอ่านนึกภาพตามได้ยากมากที่เดียวเพราะขนาดผมที่เป็นคนไปสัมผัสมาเองยังรู้สึกยากเลยที่จะอธิบายออกมา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s