เราโชคดี

เพิ่งผ่านเรื่องตื่นเต้นมาครับ ทุกคนคงทราบข่าวกันดีว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ย่านราชประสงค์เมื่อวานนี้(17 ส.ค. 58) ตัวผมเองเป็นคนที่เดินผ่านจุดเกิดเหตุบ่อยมากๆในช่วงสองปีมานี้เรียกได้ว่าเดินผ่านตรงนั้นอาทิตย์ละ2-3วันเป็นอย่างต่ำตลอด ก็เลยค่อนข้างผูกพันกับพื้นที่ตรงนั้นพอสมควร โดยปกติผมจะเดินกลับห้องพักผ่านทางถนนเพลินจิต แล้วมาเลือกเอาว่าจะข้ามถนนตรงหน้าพระพรหม เพื่อกลับไปทางประตูน้ำ หรือจะเดินตรงต่อมาทางเส้นหน้าพารากอน และเวลาเลิกงานประจำของผมก็คือประมาณหกโมงครึ่งจนถึงหกโมงสี่สิบห้า นั่นแปลว่าถ้าเมื่อวานผมเลิกงานตามเวลาปกติผมจะเดินถึงจุดที่ระเบิดตอนประมาณหนึ่งทุ่มพอดี ซึ่งตรงกับเวลาเกิดเหตุเมื่อวานเป๊ะๆ แต่จะด้วยความบังเอิญ ความโชคดี หรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งเพื่อนชวนคุยยาว น้องโทรมาชวนไปกินข้าว เข้ามาพร้อมๆกันตอนช่วงก่อนเวลาเลิกงานเลยทำให้ผมตัดสินใจที่จะใช้รถไฟฟ้าแทนการเดินแบบทุกทีเพื่อที่จะไปให้ถึงสยามตามเวลาที่นัดกับน้องผมเอาไว้

ตอนแรกที่เกิดระเบิดผมจำได้ว่าผมกำลังเดินฟังเพลงพร้อมกับกำลังเดินออกจากทางเชื่อมBTS เพลินจิตและตึกpark ventureพอดี ตอนนั้นผมเดินออกมาจากตึกผมได้ยินเสียงที่ทะลุผ่านหูฟังเข้ามาดังตูมแต่ด้วยที่เสียงผ่านมาไม่ได้ดังมากนัก ผมเลยนึกว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ไซท์ก่อสร้างของธนาคารกรุงศรีหรือมีการตอกเสาเข็มอะไรทำนองนั้นซะอีก จนผมขึ้นBTSมาถึงสยาม ระหว่างที่เดินหาน้องผมอยู่นั้นผมก็ได้ข้อความLINE มาถามผมได้ยินเสียงระเบิดอะไรบ้างไหม ผมก็ตอบไปตามที่ผมได้ยินและรู้สึก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันแปลกไป ทำไมเพื่อนผมถึงได้ยินด้วย? ตัวเพื่อนผมเองทำงานอยู่ศาลาแดง ถ้ากลับบ้านก็คงอยู่ที่สถานีสยาม ส่วนถ้าเขาจะได้รับข่าวจากแฟนของเขา ก็จะต้องได้ยินเสียงจากตึกออฟฟิศแถวๆชิดลม เสียงมันดังจากเพลินจิตไปจนถึงชิดลมเลยเหรอ? ระหว่างที่นึกๆและพิมตอบเพื่อนผม น้องผมก็เดินมาทักผมพอดีพร้อมกับถามคำถามเดียวกับเพื่อนผมว่า นายได้ยินเสียงอะไรดังตูมไหม? หลังจากจบคำถาม สิ่งที่เราสองพี่น้องได้ยินพร้อมกันคือเสียงหวอของรถพยาบาลจำนวนมาก ผมกับน้องรีบเช็คข่าวทันที ข่าวแรกที่ผมเจอมันคือข่าวที่ว่ามีรถไฟไหม้ ผมก็เลยกระจายข่าวให้น้องและเพื่อนผมไปว่ามีรถไฟไหม้ คงเป็นรถแก๊สเกิดไฟไหม้และระเบิดแบบที่เป็นข่าวบ่อยๆในช่วงหลายปีมานี้ แล้วเราก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

ตัดฉากมาระหว่างที่ผมกำลังนั่งกินข้าวกับน้องผมอยู่นั้น น้องผมบอกผมว่า มันไม่ใช่แค่รถไฟไหม้หล่ะ ไลน์ของที่ออฟฟิศคุยกันว่าเป็นระเบิด มีคนตายมากมาย พร้อมกับภาพที่เซลล์ของออฟฟิศน้องผมที่อยู่ในพื้นที่ส่งมาให้ดู นั่นทำให้ผมยิ่งใจเสียกว่าเดิม เราตัดสินใจว่าจะกลับบ้านทันที ไม่เดินตากแอร์ฟรีเพื่อประหยัดค่าไฟที่ห้องกันแล้ว พร้อมกับตามเช็คข่าวผ่านทางกรุ๊ปไลน์ของบริษัทน้องผมอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเป็นคนในที่เกิดเหตุ เลยมีข่าวที่ค่อนข้างอัพเดทไวพอสมควร ตอนนั้นเราลังเลกันว่าควรจะกลับทางBTSดี หรือว่าจะเดินดี ตัวผมเองอยากกลับBTSเพราะว่าเพื่อความปลอดภัยและรวดเร็ว ส่วนน้องผมนั้นเสนอว่าเราเดินปกติก็คงยังได้อยู่ แต่หลังจากผมสอดส่องสำรวจจำนวนคนที่อยู่บนชานชาลาBTSแล้วก็พบว่า เราเดินกลับกันน่าจะเร็วกว่าไปยืนรอเพื่อให้ได้เบียดตัวเข้าไปในขบวนรถ

พอตัดสินใจได้เรารีบเดินกลับหอพักทันที เราพยายามลัดเลาะไปทางด้านหลังสยาม เพื่อหลบหลีกจุดที่คนพลุกพล่าน และตอนนี้เราค่อนข้างมั่นใจว่า70%ไม่ใช่อุบัติเหตุแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้รับข่าวที่เป็นการยืนยันจากทางสื่อหลักใดๆ ได้แต่เชื่ออย่างไม่สนิทใจจากทางกรุ๊ปไลน์ของน้องผม ช่วงที่เราเดินมาจนถึงสะพานหัวช้าง ตอนนี้ผมได้รับการติดต่อแสดงความเป็นห่วงเข้ามาเป็นครั้งแรกถามว่าผมกลับถึงบ้านรึยัง หลังจากผมตอบไลน์ไป ก็เริ่มมีการติดต่อเข้ามาพร้อมๆกัน ณ เวลานั้นจากหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น ญาติๆ หรือเพื่อนร่วมงาน, เพื่อนที่มหาลัย, เพื่อนสมัยมัธยม ระหว่างที่ผมกำลังทยอยตอบข้อความและโทรศัพท์ น้องผมก็ชี้ให้ดูทีวีจากร้านขายของที่อยู่ข้างทางว่ามีออกข่าวเรื่องระเบิดแล้ว เราเลยยืนดูพักหนึ่ง และพบว่ามันเป็นระเบิดแสวงเครื่อง เราสองคนจึงรีบกลับห้องพักเร็วที่สุดโดยไม่พักเช็คข่าวและซื้อของอะไรเพิ่มเติม

ผมมานั่งนึกเหตุการณ์เมื่อวานแบบละเอียดๆผมพบว่า เราก็ยังมีอะไรให้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้อยู่เยอะทีเดียว เอาแค่ในมุมของส่วนบุคผลผมลิสออกมาได้ประมาณนี้

  • ถึงเราอยู่คนเดียววันๆไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับใคร แต่ก็ยังมีคนรอบตัวเรายังเป็นห่วงเรา ดังนั้นจงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท
  • ข่าวสารสมัยนี้ไหลเร็วมาก จงตรวจสอบให้ถี่ถ้วน และพิจารณาให้ดีก่อนที่จะแชร์และเชื่อ สติเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคที่ข่าวสารไหลเร็วกว่าแม่น้ำ
  • มองหาทางหนีทีไล่เสมอ ยิ่งถ้าอยู่ในพื้นที่ๆเราคุ้นเคย เราต้องผ่านต้องไปบ่อยๆ เดินสำรวจให้ทั่ว หาทางอ้อมทางลัดต่างๆแล้วจำให้ขึ้นใจ
  • ฝึกตัวให้เป็นคนช่างสังเกต และขี้ระแวงเสมอ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ แต่การสังเกตมองหาสิ่งแปลกปลอม มันอาจจะทำให้เราพบเห็นอะไรที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนมันจะเกิด แม้จะแค่ไม่กี่วินาที แต่ผมก็เชื่อว่ามันช่วยให้เรารอดตายได้

สุดท้ายนี้ผมก็ขอแสดงความเสียใจไปกับผู้ที่ศูนย์เสียไปในเหตุการณ์นี้ทุกๆคนไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะจับตัวคนกระทำผิดมาลงโทษได้

สวัสดีครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s