ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (1)

เพิ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นมาครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้ไปญี่ปุ่น แต่ต่างกันตรงที่ ครั้งก่อนวางแผนล่วงหน้าร่วมครึ่งปี เพราะต้องทำวีซ่า จองรีสอทสกี และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ได้วางแผนอะไรล่วงหน้ามาก ไปคนเดียวแบบแบคแพคเกอร์ของจริงครั้งแรก ทุกๆการตัดสินใจและการวางแผนเกิดขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง แพลนทุกอย่างหลวมมากๆ มี flight บังคับก็แค่เรื่องที่พัก, วันไปและวันกลับ นอกนั้นไม่มีแพลนใดๆทั้งสิ้น แต่โดยรวมก็ต้องบอกว่าเป็นทริปนึงที่ประทับใจสุดๆเลย

#1: มันเกิดขึ้นได้ยังไง

เครียดกับงานครับอกหักด้วยสาวไม่รักOrz หดหู่อยู่อย่างต่อเนื่องสอง-สามอาทิตย์ได้ เพื่อนสนิทสองคนบอกว่า ปีนี้ยังไม่ได้ลาพักร้อนยาวๆเลยนี่ ลองไปเที่ยวดูหว่ะเปลี่ยนบรรยากาศ เผื่อจะดีขึ้น และหัวหน้าก็บอกคล้ายๆกับเพื่อนสองคนก่อนหน้านี้ หลังจากคุยกับหัวหน้าจบหัวหน้าผมดันหยุดงานยาว เลยไม่มีโอกาสได้ถามหัวหน้าว่า ถ้าผมจะลายาวซัก1สัปดาห์ ส่งวันลาตอนนี้เลย(วันศุกร์ 25 ก.ย.) เพื่อหยุดจันทร์ที่5ตุลา approve ให้ผมได้ไหมครับ ปกติหยุดยาวแบบนี้เห็นว่าต้องแจ้งล่วงหน้าซักหนึ่งเดือน เลยตัดสินใจ hold ทุกอย่างไว้จน วันที่ 28 หัวหน้ามาทำงานก็ได้คุยและตกลงส่งวันลา+approveวันลากันตอนนั้นเลย หลังจากนั้นทริปนี้ก็เลยเกิดขึ้นโดยฉับพลัน

#2: เราจะไปไหนดี

(28 ก.ย.) หลังจากได้วันหยุด สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ จะไปไหนดี! เพื่อน 1 แนะนำให้ไปญี่ปุ่น ช่วงนี้มีใบไม้เปลี่ยนสี, เพื่อน 2 บอกว่าคุณไปไหนก็ได้ ขอแค่อยู่กับธรรมชาติ ให้ธรรมชาติเยียวยา, เพื่อน 3 แนะนำว่าไปเที่ยวเหนือ อากาศเริ่มเย็นแล้วไปชิวๆสบายๆ ระหว่างที่กำลังตัดสินใจ ก็เปิดหาที่พักไว้หลายๆที่ใน AirBnB ด้วยคีย์เวิดว่า เชียงใหม่, ญี่ปุ่น, กระบี่, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, พม่า แต่บังเอิญไปจ๊ะเอ๋กับรูปที่พักนึงในญี่ปุ่น ซึ่งถูกใจมากและราคาไม่แรง เลยตัดสินใจ booked ทันทีสำหรับ4คืน และหลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จัดการตั๋วเครื่องบินมาด้วยความหน้ามืดทันทีเช่นกัน

airbnb1
ที่พักที่เจอและปิ๊งทันทีบน AirBnB

#3: ได้ที่ชอบๆแล้วยังไงต่อ?

(29 ก.ย.) หลังจากจองที่พักสำหรับ4คืนแรกและได้รับคอนเฟิร์มเรียบร้อย แต่ในหัวยังไม่มีข้อมูลแม้แต่น้อยว่าจะเที่ยวอะไรทำอะไรรอบๆนั้น และเหลือเวลาประมาณสี่วันรวมวันที่บินสำหรับเตรียมตัวทุกอย่าง วิธีที่ง่ายที่สุดที่นึกออกเลยก็คือส่ง MSG ไปถามโฮสให้แนะนำและถามทุกข้อสงสัยให้ที! คุณลุง Sachio ก็ช่วยวางแผนคร่าวๆมาให้ว่า เราควรไปบนเขาฟูจิซักวันนึง และซื้อบัตรพาส+ทัวเที่ยว2-3ทะเลสาปจาก 5ทะเลสาปรอบฟูจิ เป็นอันว่าทุกอย่างสำหรับครึ่งทริปผ่านไปได้ด้วยการถามคำถามและขอคำแนะนำจากคุณลุงล้วนๆ

#4: สามคืนที่เหลือหล่ะ? อีกสามวันจะบินแล้วนะ

(30 ก.ย.) วันนี้เลยตัดสินใจวน Loop เดิมก็แล้วกันหาที่พักก่อน แล้วค่อยหาที่เที่ยว แต่รอบนี้ไม่เจอห้องที่ถูกใจแบบคราวแรกเลย เลยลองหาดูเรื่อยๆหลายๆที่ ก็ยังหาไม่ได้เพราะ scope ในการหากว้างมากๆๆ จำนวนห้องก็มีให้เลือกเยอะเหลือเกินเลยตัดสินใจไม่ถูก ระหว่างนี้ก็เอาแพลนที่ได้จากคุณลุงมาลองหาข้อมูลเพิ่มดูด้วยเรื่องบัตรpassต่างๆและการเดินทางจากบ้านคุณลุง แต่ก็พบว่า Too much information! และคุณลุงไม่สามารถให้คำตอบได้เพราะภาษาอังกฤษยากเกินกว่าที่ลุงจะเข้าใจ!! เลยฝากความหวังไว้กับเพื่อนสองคน คนแรกเคยอยู่ญี่ปุ่นมานานหลายปีและทำงานเกี่ยวกับนิตยสารท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ส่วนอีกคนก็เพิ่งกลับจากการไปพักร้อนที่ญี่ปุ่นนานนับเดือน

#5: เหลือสองวันแล้ว… จะเตรียมตัวทันไหม

(1 ต.ค.)หลังจากทิ้งคำถามไปให้เพื่อนสองคนเมื่อวานนี้ เช้าวันนี้เพื่อนคนแรกบอกว่า กูขอโทษกูไม่รู้อะไรเลย แต่เอ้านี้แฟนกูเอาโบรชัวที่เที่ยวแถวๆที่พักแรกมึงมาให้ ไปอ่านๆเองสงสัยอะไรก็ถามแล้วกัน กับคืนสุดท้าย กูแนะนำให้นอนออนเซ็น24 ชั่วโมงอันนึง เพราะมันมีรถชัตเติ้ลบัสไปส่งที่สนามบินฟรีด้วย

เพื่อนคนที่สองบอกว่า คุณลองลงไปเมืองไยสึ(Yaizu)หว่ะ หาปลาดิบอร่อยๆกิน แถมห่างไกลผู้คนแต่ไม่ไกลจากโตเกียวมากดี

เลยสรุปว่าหาที่พักจากไยสึซัก2คืนก็ละคืนสุดท้ายนอนออนเซ็นเอา ปรากฏว่า… ไม่มีครับเป็นเมืองเล็กและบ้านนอกเกิน แต่เมืองรอบไยสึๆนั้นมี1บ้าน ที่ราคาไม่แรงเกินไปนัก (เมื่อเทียบกับรอบๆนั้นที่ราคาคืนละ4พันบาท+ไปจนถึงหลักหมื่น) เลยตัดสินใจ request for booking ทันที แต่…ผ่านไปอีกเกือบหนึ่งวันโฮสก็ไม่ตอบรับใดๆทั้งสิ้น

#6: วันสุดท้ายก่อนจะบิน และยังไม่มีอะไรพร้อม..

(2 ต.ค.)วันนี้เพื่อนคนที่เพิ่งกลับจากญี่ปุ่นทักมา บอกว่าเห้ยแผนเที่ยวคุณมันต้องขึ้นไปบนฟูจิด้วยนี่วันนึง อากาศมันเย็นนะเว้ยเตรียมของกันหนาวไปด้วย ผมไปhikingช่วงหน้าร้อนอากาศยังเย็นเลย…. ครับ ฟังจบ panic ทันที เตรียมไปแต่เสื้อยืดแขนสั้น โทรถามที่บ้านให้ขุดคุ้ยพวกอุปกรณ์กันหนาวออกจากตู้ให้ด่วนเลยทันที ระหว่างนั้นโฮสบ้านที่สองก็คอนเฟิม booking มาพอดี เลยบอกกับเพื่อนไปว่าเห้ยผมโชคดีแล้ว ได้ที่นอนซักที ถึงจะไม่ใช่ไยสึ แต่เห็นเป็นเมืองติดทะเลเหมือนกัน คงพอมีปลาดิบให้กินมันชื่อว่าเมือง Shimizu (ชิมิสึ) เพื่อนผมฟังจบแล้วร้องเห้ยทันที เพราะเป็นเมืองที่เขาไปอยู่มาช่วงซัมเมอร์นั่นเอง ผมเลยโชคดีได้ที่เที่ยวและที่กินภายในเมืองมาจากเพื่อน วันนี้เลยนั่งคุยและปรึกษากับเพื่อนผมยาวๆ เพื่อสรุปแผนอันแสนสิ้นคิดของทริปนี้ ระหว่างที่นั่งคุยกันเพื่อนผมก็บอกว่า เห้ยผมถามเพื่อนผมคนที่ผมไปอยู่บ้านมันมาดีกว่าว่ามีอะไรแนะนำบ้าง สรุปกลายเป็นว่าแผนของผมที่4วันแรกที่บ้านคุณลุงนั้นก็เปลี่ยนตามด้วยเลยทันที เพราะเมืองที่ผมอยู่นั้นอยู่ใกล้ๆกับเมืองเล็กๆอีกเมืองนึงที่เพื่อนของเพื่อนผมเคยไปและชอบมากๆ เลยได้ที่เที่ยวที่กินเพิ่มอีกพอสมควร

airbnb2
บ้านพักหลังที่สองใน ชิมิสึ

#7: คืนนี้จะบิน แต่เหมือนไม่มีอะไรพร้อม

(3 ต.ค.) เป็นวันที่คิดว่า อะไรจะเกิดก็ชั่งแม่งแล้ว เตรียมตัวอะไรก็คงไม่ทันแล้ว เตรียมได้แค่แผนการเดินทางจากสนามบินไปบ้านพักแรก บ้านพักแรกไปบ้านหลังที่สอง บ้านหลังที่สองกลับมาออนเซ็นเพื่อบินกลับ และปริ้นท์ทุกอย่างออกมาเป็น Offline Backup พร้อมกับไปสนามบินเพื่อจะบินแบบไม่พร้อมใดๆทั้งสิ้น….


จบอารัมภบทแล้วครับ Blog ต่อไปจะบินและเริ่มการผจญภัยของจริงแล้วครับ

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (2)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (3)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (4)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (5)

Advertisements

One thought on “ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (1)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s