ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (4)

#1 – พัง พัง พัง

วันนี้เป็นวันที่ผมแพลนไว้ว่าคงเที่ยวเหนื่อยที่สุดในทริปครับ เพราะแพลนไว้ว่าจะhikingบนภูเขาฟูจิ ตอนก่อนผมจะมาทริปนี้ ผมได้ทำการหาข้อมูลมาบ้างตามที่คุณลุง Sachio ให้คำแนะนำมาในอีเมล คุณลุงแนะนำให้ผมเดินตามเส้นทาง Yoshida ซึ่งผมไปหาข้อมูลเพิ่มได้ความว่าข้างๆทางเดินนั้น มีทางอีกเส้นนึงที่เดินทางง่ายกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่มากกว่า คือทางเดิน Ochudo ผมเลยตัดสินใจที่จะเดินไปเส้นทางนี้แทนครับ คืนก่อนที่จะเดินทางก็บอกแพลนคร่าวๆกับคุณลุง คุณลุงก็บอกผมว่าโอเคๆไม่มีปัญหา ยังไงมันก็ใกล้กัน เดี๋ยวไปส่งที่สถานนีใกล้ๆให้ตอนเช้า แต่พอถึงเวลาที่จะออกจากบ้านจริงๆตอนเช้า คุณลุงเอากระดาษมาให้ผมสี่ห้าแผ่นแล้วก็บอกผมว่าแพลนผมน่าจะมีปัญหาแล้วหล่ะ เพราะ 1. ทางเดินโอชูโดะช่วงนี้ปิดเพราะมีดินถล่ม 2.ทางเดินโยชิดะก็ปิดอีกเหมือนกันเพราะเป็นช่วง off-season แล้ว

IMG_7216
ฟูจิซังโดนเมฆบังหมดเลย

#2 – Fuji ในกลุ่มเมฆ

ผมฟังจบแล้วก็ใจเสียเล็กๆ เพราะแพลนจะล่มตั้งแต่วันแรกๆแบบนี้จริงๆเหรอ แต่ The show must go on เลยตัดสินใจบอกคุณลุงว่ายังไงผมก็จะไป ต่อให้ปิดต่อให้ทางเดินดินถล่ม ผมขอไปเห็นฟูจิซักครั้งให้เต็มตาก็ยังดี คุณลุงก็เลยอาสาขับรถพาผมไปส่งถึงสถานีรถบัสที่จะขึ้นต่อไปยังฟูจิเลย เราใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง จากบ้านคุณลุงมาจนถึงสถานี Mt.Fuji Station ตอนที่คุณลุงจอดรถ ผมมองไปรอบๆด้วยความสงสัยว่าไหนหล่ะฟูจิ พอลงรถมา คุณลุงก็ชี้ให้ผมดูแล้วบอกว่า “เตยซัง นู้นแน่ะฟูจิซัง แต่วันนี้โดนเมฆบังไปหมดแล้ว”

ตอนนั้นในหัวผมรู้สึกสิ้นหวังมาก ทั้งอากาศที่ดูท่าทางดูแล้วไม่เป็นใจให้เที่ยว ทั้งหนาวทั้งชื้นจนเหมือนฝนจะตก ไหนทางเดินก็ถล่มและปิดหมด แต่คุณลุงกลับไม่ยอมแพ้ พาผมเดินไปที่ information center เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ เส้นทางเดิน ที่เที่ยวด้านบนฟูจิ

IMG_7760
แพลนใหม่สำหรับวันนี้

#3 – ได้แพลนใหม่แล้ว

หลังจากคุยกับเจ้าหน้าที่ใน Information center ประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้ข้อสรุปมาว่า ยังมีทางให้ผมได้ hiking อยู่ นั้นคือให้ผมไปที่ 5 Sta. of Fuji Subaru line แล้วเดินลงมาที่นี่จากด้านบน  ทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ถ้าผมขึ้นรถบัสไปเที่ยวแรก ผมจะสามารถลงมาถึงสถานีฟูจิตอนประมาณ สี่ห้าโมงเย็นสบายๆ ผมเลยจัดการซื้อตั๋วรถและตุนของกินสำหรับมื้อเที่ยงเรียบร้อย

#4 – ได้เพื่อนใหม่ด้วย!

ระหว่างที่ผมนั่งรอรถบัสเพื่อขึ้นไปฟูจิ ก็มีคนมาถามทางผม คุยไปคุยมาได้ความว่า เราจะไปที่เดียวกัน เพื่อนใหม่คนนี้ผมชื่อว่า นานะ เธอเป็นลูกครึ่งสเปน-จีน พอทักทายกันรู้ที่มาที่ไป ผมพูดสเปนใส่ด้วยความรู้หางอึ่งที่มี ก็เรียกว่าเซอร์ไพร้เธอพอสมควร  เราเลยนั่งคุยกันยาว จนถึงด้านบน 5 Station เลย ระหว่างทางเราคุยกันเรื่องแพลนเที่ยว เธอบอกว่า วันนี้เธอจะอยู่บนฟูจิจนถึงเที่ยงๆ แล้วต้องรีบต่อรถลงไปที่ kawaguchiko เพราะซื้อทัวเอาไว้แล้วเรียบร้อย เราเลยตกลงกันว่าเดี๋ยวจะเดินด้วยกันไปจนถึงทางแยกที่ผมจะต้องเดินต่อเพื่อลงข้างล่าง แล้วนานาก็คงเดินย้อนกลับ เราคงแยกย้ายกันตรงนั้น

#5 – it’s so cold outside. what about inside?

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงจากสถานีฟูจิขึ้นมาจนถึง 5 Station เมื่อมาถึงทุกอย่างดูกลับตาลปัตรไปหมดกับข้างล่างเลยครับ ที่ 5 Station นี่สูงจากระดับน้ำทะเล 2300 เมตร เหนือกลุ่มเมฆมาหน่อยนึง อากาศด้านบนเลยค่อนข้างปลอดโปร่งระดับนึง แต่ความหนาวก็ยังโหดร้ายเหมือนเดิม

หลังลงจากรถมาถึงเราก็ถ่ายรูปกันเล็กน้อยที่ป้ายฟูจิ 5 Station พอเป็นพิธี แล้วก็รีบเดินทำเวลากัน เพราะกลัวว่าเดินช้าเดี๋ยวนานะจะกลับมาไม่ทันรถรอบบ่ายโมง ช่วง 20 นาทีแรกของการเดินเป็นอะไรที่สบายๆชิวๆสวยงามมากครับ ดูภาพประกอบ 3ภาพต่อจากนี้ได้

IMG_7226
นานะและทางเดิน
IMG_7291
มองออกจากฟูจิบ้าง
IMG_7308
ถ่ายย้อนกลับไปที่ 5 Station

แต่ทุกอย่างไม่สวยงามตลอดไปแบบที่ฝันครับ จากแผนที่ของผม หลังจากแยกแรกจากจุด 5 Station  จะเป็นแยกที่ขึ้นไป 6 station โดยผ่านทางเดิน โยชิดะ และอีกทางหนึ่งคือเดินตรงไปตามทางที่จนท.บอกผมไว้ เราเลือกเดินตรงตามเส้นทางของผมทันที ตอนนี้ผมนึกว่าทุกอย่างจะง่ายครับ แต่ความง่ายมันเริ่มเปลี่ยนเมื่อเราเจอแยกที่สอง และทางเลือกที่จะเดินลงข้างล่างก็ดันเป็นทางตัน! ณ จุดนี้ เราเลยเหลือทางเลือกแค่สองทาง 1.คือเดินขึ้นไป 2.ย้อนกลับเลย แต่นานะบอกผมด้วยความไม่ยอมแพ้ว่า เรายังมีเวลาเราไปต่อกันเถอะ เราเลยตัดสินใจเดินขึ้นเขากันครับ ตอนแรกยังไม่ชันมากนักและเดินบนถนนก็ค่อนข้างแน่นระดับหนึ่ง เพราะมีรถตีนตะขาบที่ทำงานก่อสร้างวิ่งตลอด แต่พอเราเริ่มเดินขึ้นมากันได้ซักครึ่งชั่วโมง ทางเริ่มแย่กว่าเดิมครับ ดินร่วนมาก เดินหนึ่งก้าวยาวๆก็จะไถลลงมาตลอด แล้วหยุดนั่งพักไม่ได้เลยเพราะไม่มีจุดให้นั่งระหว่างทง เราจะนั่งพักได้ก็แค่ช่วงโค้ง เท่านั้นเอง ไม่นับเรื่องอากาศที่ลมพัดมาก็จะหนาวมาก แต่ร่างกายก็ร้อนมากเพราะออกกำลังเยอะ ทำให้ทรมานกันสุดๆ เราทนเดินกันประมาณ เกือบชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ขึ้นต่อไปจนสุดทางไม่ไหวเพราะเหนื่อยเกินไป และอุปกรณ์ก็ไม่พร้อมกันทั้งสองคนเลย เราเลยนั่งกินข้าวกันเล็กน้อยก่อนที่จะเดินย้อนกลับกัน

แต่เดินลงนี่บอกเลยว่าเหนื่อยกว่าเดินขึ้นมากๆครับ เราใช้เวลาเดินขึ้นเกือบชั่วโมง แต่เดินลงนี่ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเลยทีเดียว

IMG_7238
เริ่มขึ้นเขากัน
IMG_7250
มองย้อนกลับลงไป
IMG_7260
จุดที่ยอมแพ้

#6 – หมดวันแต่ไม่หมดไฟ

สรุปว่าวันนี้ผมได้เดินไปไม่ถึง1/20ของระยะทางที่แพลนเอาไว้เลย ข้างล่างเป็นรูปที่ผมเดินได้ทั้งวันนี้ เริ่มจากทางขวาๆของ Izumigataki มาจนถึงประมาณ Sato goya เท่านั้นเอง รู้สึกพ่ายแพ้มากๆ มาเที่ยวทริปนี้ด้วยอารมณ์ผู้แพ้แล้วไม่คิดว่าถึงเวลาเที่ยวจริงๆก็ยังแพ้อีก แต่ก็บอกกับตัวเองเอาไว้ว่าขอเวลาอีกซักปีสองปีฟิตร่างกายใหม่แล้วจะมาพิชิตเส้นทางนี้ให้ได้..

IMG_7761
ระยะทางเดินจริงๆของวันนี้

บล๊อกหน้าผมจะไปเที่ยวทะเลสาป คาวางูจิครับ ถ้าว่างๆยังไม่เบื่อซะก่อนก็รออ่านกัน

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (1)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (2)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (3)

ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (5)

Advertisements

4 thoughts on “ญี่ปุ่น: ทริปสโลว์ไลฟ์แบบด่วนๆ (4)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s